นักวิจัยแนะไม่ควรรับประทาน โกลอยโหน้าฝน เผยมีพิษมากลดน้ำหนัก ลดความอ้วน กินดีสุขภาพดี น่องสวย กับ ลดน่อง.com |
# |
ผู้สนับสนุน |
|
 
* อาหาร ลดความอ้วน
เตือน!! ห้ามเด็กกิน
เพราะพิษกระจายตัวเร็วกว่าผู้ใหญ่
ย� ![]() ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย� ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. - จากกรณีพนักงานสาวบริษัทแอดเดอรานไทย จำกัด ตำบลเสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ 20 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เนื่องจากเกิดอาการมึนและปวดหัวอย่างรุนแรงรวมทั้งอาเจียนไม่หยุดหลังจากรับประทานกลอยนึ่งคลุกมะพร้าวในช่วงพักกลางวัน ย� ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย� ดร.เฉลิมพล เกิดมณี หัวหน้าห้องปฏิบัติการสรีระวิทยาและชีวเคมีด้านพืช ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า กลอย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dioscorea hispida ลักษณะทั่วไปเป็นไม้เถาเลื้อยพันไปบนต้นไม้อื่น ส่วนของลำต้นที่อยู่เหนือดินมีขนและหนาม ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ แผ่นใบกว้าง ปลายใบแหลม ดอกมีกลิ่นหอม มีหัวใหม่เกิดขึ้นทุกปีจากส่วนลำต้นใต้ดิน หัวมีขนาดต่างๆ กัน ผิวสีฟางหรือเทา เนื้อในสีขาวถึงขาวนวล ส่วนใหญ่มักพบขึ้นในป่าเบญจพรรณ ย� ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย� ในหัวกลอยมีแป้งมากและมีสารพิษที่ชื่อว่าไดออสคอรีน (Dioscorine) พิษชนิดนี้จะมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งประสาทส่วนกลางมีผลต่อการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัสทางกาย ดังนั้นคนที่รับประทานกลอยที่มีสารพิษเข้าไปจึงมักมีอาการ คันที่ปาก ลิ้น คอ คลื่นไส้ อาเจียน และเมื่อประสาทส่วนกลางบีบหัวใจทำให้เกิดอาการ มึนเมา วิงเวียน ใจสั่น ตาพร่า อึดอัด และเป็นลมได้ในที่สุด ย� ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย� ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับพิษจะมีอาการรุนแรงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษ ความต้านทานของแต่ละคน โดยมีรายงานการศึกษาพบว่าปริมาณสารพิษของหัวกลอยในแต่ละฤดูกาลจะแตกต่างกัน มีการศึกษาพบว่ากลอยจะมีพิษมากในช่วงที่กลอยออกดอก คือช่วงหน้าฝนประมาณเดือนสิงหาคม โ ตุลาคม และจะลดลงเมื่อกลอยเริ่มลงหัวในช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนเมษายน ย� ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย� ดร.เฉลิมพล กล่าวต่อว่า แม้หัวกลอยจะมีพิษ แต่ก็มีการนำหัวกลอยมาใช้เป็นอาหาร อาทิ ใช้นึ่งกับข้าวเหนียว ทำแกงบวด หรือทอดคล้ายถั่วลิสงชุบแป้งทอด เป็นต้น เนื่องด้วยสารไดออสคอรีนเป็นสารพิษที่สามารถละลายน้ำได้ดี ดังนั้นหากเอาน้ำละลายสารพิษออกมาได้หมดก็สามารถรับประทานได้ ซึ่งคนสมัยก่อนมีวิธีการล้างพิษกลอยด้วยการฝานหัวกลอยเป็นชิ้นบางๆแล้วนำมาแช่น้ำไหล เช่น ในลำธาร ซึ่งต้องใช้เวลาชะล้างสารพิษนานไม่ต่ำกว่า 7 วัน หรืออีกวิธีหนึ่งคือนำไปแช่ในน้ำเกลือเข้มข้น โดยเกลือจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสารไดออสคอรีนในแผ่นกลอยได้เร็วขึ้น แต่ต้องถ่ายน้ำทิ้งหลายๆ ครั้ง และใช้เวลาแช่ไม่ต่ำกว่า 3 วัน ย� ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย� แม้กระนั้นทุกวันนี้ก็ยังไม่มีวิธีการใดที่บอกได้แน่ชัดว่ากลอยหมดพิษหรือไม่ด้วยการสังเกตจากลักษณะภายนอก ดังนั้นการแช่น้ำไว้หลายวัน หรือการตั้งข้อสังเกตตามคนส่วนใหญ่ที่เชื่อว่าการล้างกลอยไปเรื่อยๆจนกว่าเมือกที่ผิวกลอยจะหมดนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันได้ 100% ว่าจะไม่มีพิษเหลือยู่อีกแล้ว เพราะสารพิษที่ยังอยู่ภายในเนื้อกลอยอาจยังไม่ซึมออกมาข้างนอกไม่หมดก็เป็นได้ ย� ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย� อย่างไรก็ดีปัจจุบันเรายังไม่มีระบบการตรวจสอบสารไดออสคอรีนในกลอยก่อนออกจำหน่ายแก่ผู้บริโภค ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนพึงระวังคือไม่ควรรับประทานกลอยในช่วงฤดูฝน และหันมารับประทานในช่วงฤดูร้อนซึ่งจะปลอดภัยกว่า และควรบริโภคจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือได้ มีการแจ้งแหล่งผลิตชัดเจน ตรวจสอบได้ และที่สำคัญหากรับประทานแล้วเกิดอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที ย� ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย�ย� นอกจากนี้แนะนำว่าไม่ควรให้เด็กรับประทานกลอยจะดีที่สุด เนื่องจากเด็กมีน้ำหนักตัวน้อย สารพิษกระจายตัวในร่ายกายเร็วกว่าผู้ใหญ่ อีกทั้งเวลาที่เกิดอาการข้างเคียงเด็กจะไม่เข้าใจ หรือสงสัย และด้วยรสชาติกลอยที่มีรสมันเหมือนกินถั่ว ทำให้รู้ตัวเมื่อแสดงอาการมากแล้ว จึงค่อนข้างอันตรายสำหรับเด็ก ดร.เฉลิมพล กล่าวทิ้งท้าย ย� ย� ย� ย� ย� ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ ย� ย� Links: ------ ลดความอ้วน http://xn--72czp0c1b9j.com/taxonomy/term/117  
|
บทความอื่นๆ |
กลับหน้าแรก |
|
 
คำค้นยอดนิยม |
|   ลดความอ้วน   อาหารลดน้ำหนัก   ลดน้ำหนัก   ลดหน้าท้อง   ลดต้นขา   ลดน่อง   โรคเบาหวาน   โรคความดัน   โรคมะเร็ง   เบาหวาน   ความดัน   มะเร็ง   โรคหัวใจ   อาหารดี ลดความอ้วน ลดพุง ลดความอ้วน |
|
Copyright © 2012 http://www.ลดน่อง.com/index.php
|